กล่องกระชุหิน - Gabion & Mattress

  • Overview
  • Gallery

กล่องกระชุหิน หรือ Gabion และ Mattress ของทางบริษัท ทอด้วยลวดชุบสังกะสีที่มีคุณภาพสูง และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ในด้านของความต้านทางแรงดึง (Tensile Strength) ที่มีค่าเท่ากับ 38-55 กก./มม. และน้ำหนักสังกะสีที่เคลือบ Galvanized ที่ไม่ต่ำกว่า 240 กรัม/ตรม. ทุกกล่อง

คุณลักษณะที่สำคัญของกล่องชะลุหิน

  1. มีความอ่อนตัว ติดตั้งง่าย ประหยัดต้นทุน
  2. มีความแข็งแรง รับน้ำหนักและแรงต้านทานได้สูง
  3. น้ำหรือของเหลวสามารถซึมผ่านได้ดี
  4. มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ทนต่อการกัดเซาะ
  5. มีความยืดหยุ่นและรักษาสิ่งแวดล้อม

Gabion

กล่องชะลุหิน (Gabion) เป็นกล่องบรรจุหินที่ทำมาจากลวดชุบสังกะสี หรือพีวีซี ทอเป็นตาข่ายหกเหลี่ยม ขึ้นรูปเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในกั้นเป็นช่องๆ กล่องกระชุหินจะมีขนาดต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เวลาใช้งานต้องนำมาประกอบเข้าด้วยกันที่สถานที่ติดตั้งโดยใช้ลวดพันยึดติดกันไว้แล้วทำการบรรจุหินที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องตาข่ายเล็กน้อย โดยส่วนมากนิยมใช้หินที่มีความแกร่งเหมาะที่จะนำไปใช้ในงานป้องกันและรักษาหน้าดิน หรือในงานที่เกี่ยวกับระบบควบคุมการกัดเซาะตลิ่งและอุทกภัย เช่น ฝาย (Weirs) แผ่นบุร่องสันเขื่อนและการตกแต่งแนวของแม่น้ำ

Specification of Gabion

ตาหกเหลี่ยมขนาด 8x10 ซม. ตาหกเหลี่ยมขนาด 10x12 ซม.
ขนาดเส้นลวด ขนาดเส้นลวด
ลวดโครง
3.4-4.0 มม.
ลวดถัก
2.7-3.0 มม.
ลวดผูก
2.2 มม.
ลวดโครง
3.4-4.0 มม.
ลวดถัก
2.7-3.0 มม.
ลวดผูก
2.2 มม.
ขนาดกล่อง
กว้าง
1.00 - 2.00 เมตร
ยาว
1.00 - 6.00 เมตร
สูง
0.50 - 1.00 เมตร
มาตรฐานเส้นลวด
ความต้านทานแรงดึง 38-55 กก./ตรม.
น้ำหนักสังกะสีที่เคลือบสูงกว่า 240-290 กรัม/ตรม.

Mattress

เมทเทรส (Mattress) เป็นกล่องกระชุหินอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกับ Gabion แต่มีความสูงและขนาดของตาข่ายเล็กกว่า นอกจากนี้ยังทำฝาตาข่ายให้มีขนาดเท่ากับความกว้างของกล่อแยกต่างหากโดยไม่ติดกับตัวกล่อง สามารถนำไปใช้งานที่มีลักษณะยืดหยุ่นกว่ากล่อง Gabion หรือนำไปใช้ร่วมกัน เช่น นำไปทำแนวกั้นน้ำไหล (Lining Channels) หรือเป็นแผ่นบุรองน้ำ เพื่อยันฐานเขื่อนหรือตลิ่ง

การนำไปใช้งานของเมทเทรส (Mattress)

  1. การตกแต่งแนวขอบแม่น้ำ
  2. เป็นแนวเขื่อนกันคลื่นทะเล
  3. การป้องกันแนวสะพานและท่อระบายน้ำ
  4. กั้นเขตแดนหรือแนวรั้ว

Specification of Mattress

ตาหกเหลี่ยมขนาด 6x8 ซม.
ขนาดเส้นลวด
ลวดโครง
2.7-3.2 มม.
ลวดถัก
2.2 มม.
ลวดผูก
2.2 มม.
ขนาดกล่อง
กว้าง
1.00-2.00 เมตร
ยาว
1.00-6.00 เมตร
สูง
0.16-0.30 เมตร
มาตรฐานเส้นลวด
ความต้านทานแรงดึง 38-55 กก./มม.
น้ำหนักสังกะสีที่เคลือบสูงกว่า 240-290 กรัม/ตรม.

ในปัจจุบันตัวกล่องกระชุหินถูกนำมาใช้ในงานทางวิศวกรรมโยธาอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเสริมความหนาแน่นของโครงสร้างภายในงานวิศวกรรมโยธาในพื้นที่ลาดเอียง และป้องกันการพังทลายของชั้นดิน ทั้งนี้เพื่อเสริมความแข็งแรงของพื้นผิวให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีจำกัด และที่สำคัญวัสดุทุกชนิดที่ใช้ผลิตกล่องกระชุหินจะถูกคัดสรรและตรวจสอบให้ได้มาตรฐานการผลิตทุกขั้นตอนด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและได้รับการรับรองคุณภาพภายใต้มาตรฐานอุตสาหกรรมที่เป็นสากล

ตัวอย่างทางด้านงานวิศวกรรม เช่น

  • การป้องกันหินตกจากที่สูง
  • การรักษาโครงสร้าง
  • การตกแต่งแนวขอบแม่น้ำและภูมิทัศน์
  • ทำแนวเขื่อนกั้นคลื่นทะเล
  • ป้องกันการพังทลายของริมตลิ่ง
  • ป้องกันการทรุดตัวของโครงสร้างอาคาร

ลักษณะเด่นของกล่องชะลุหิน

  • ประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน เพียงแค่บรรจุหินใส่ในกล่องชะลุหินแล้วปิดผนึก
  • การก่อสร้างง่ายไม่ต้องใช้ความสามารถพิเศษ
  • แข็งแรงทนทานต่อภัยธรรมชาติและทนต่อการกัดเซาะ
  • ทนทานต่อการผิดรูปร่างขนาดใหญ่และไม่พังทลาย
  • ความสามารถซึมผ่านของน้ำได้ดี
  • ลดต้นทุนในการขนส่ง สามารถทำงานได้โดยไม่เปลืองเนื้อที่
  • เป็นมิตรกับธรรมชาติ ซึ่งวัสดุที่นำมาใช้ไม่มีผลเสียต่อธรรมชาติ

ในด้านของกระบวนการผลิตผ่านการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้นจนกลายเป็นกล่องกระชุหินที่มีคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้นจนกลายเป็นกล่องกระชุหินที่มีคุณภาพ ลวดชุบสังกะสีจะถูกทอเป็นตาข่ายหกเหลี่ยมโดยบิดเป็นเกลียว 3 รอบ ด้วยเครื่องจักรที่มีมาตรฐานและทันสมัย และตาข่ายที่ทอเต็มผืนแล้วจะนำมาขึ้นเป็นกล่องตามขนาดที่ต้องการโดยช่างที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญงาน ทางบริษัทจังมั่นใจและรับประกันได้ว่า กล่องกระชุกหิน (Gabion Mattress) จะมีคุณภาพและมาตรฐานเพียงพอที่จะนำไปใช้ในลักษณะงานต่างๆ ตามความต้องการและความเหมาะสม

รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specifications)
กล่องลวดตาข่ายเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี Gabions

1. ลักษณะทั่วไป
1.1 กล่องลวดตาข่ายกระชุหินประกอบขึ้นด้วย ลวดเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้มด้วย พี.วี.ซี ประกอบเป็นรูปตาข่ายหกเหลี่ยม มีโครงยึดเป้นกล่อง ลักษณะกล่องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลางมีผนังตรงกลางมีผนังลวดตาข่ายกั้นเป็นระยะความยาวละมีฝ่าปิดเปิดสำหรับบรรจุหินได้โดยสะดวก
1.2 กล่องลวดตาข่ายกระชุหิน ชนิดหุ้มด้วย พี.วี.ซี. (poly vinyl chloride) ต้องเป็นของใหม่และไม่เคยใช้งานมาก่อน ต้องปราศจากรอยตำหนิ รอยปริแตกร้าว และข้อเสียอื่นๆ
2. ขนาดกล่องลวดตาข่ายเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี. Gabions
2.1 ขนาดกล่องที่ต้องการให้จัดทำตามแบบกำหนด ซึ่งมีขนาดมาตรฐานตาม รูปร่างขนาดกล่อง
2.2 ขนาดความกว้างและขนาดความยาวของกล่องให้เป็นไปตามแบบ โดยมิติเป็นเมตร
2.3 ขนาดความสูงของกล่องต้องไม่ต่ำกว่า 0.50 ม.
2.4 ขนาดของตาข่ายให้เป็นไปตามแบบกำหนด มีมิติเป็นเซนติเมตร
2.5 แต่ละกล่องต้องประกอบด้วย ผนังตาข่าย (diaphragm) กั้นทุกระยะไม่เกิน 1.00 ม. ตลอดความยาวของกล่อง
3. ขนาดของลวดและสังกะสีที่เคลือบ

ขนาดและความความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ของลวด และน้ำหนักของสังกะสีที่เคลือบ ต้องมีขนาดและความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ และน้ำหนักของสังกะสีที่เคลือบตามกำหนดดังนี้

โครงการ เส้นผ่าศูนย์กลางของลวด มิลลิเมตร ความคลาดเคลื่อนที่ยอให้ มิลลิเมตร น้ำหนักต่ำสุดของสังกะสีที่เคลือบ กรัมต่อตารางเมตร
ลวดเหล็กที่ใช้ทำโครงของกล่อง 3.00 ...0.08 275
ลวดเหล็กที่ใช้ถักทำตาข่าย 2.70 ...0.08 260
ลวดเหล็กที่ใช้พันกล่อง 2.20 ...0.08 240

สำหรับการทดสอบหาน้ำหนักของสังกะสีที่เคลือบ ให้ใช้วิธีทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 71-2532

4. การด้านแรงดึง

ลวดเหล็กเคลือบสังกะสี ซึ่งนำมาทำเป้นกล่องลวดตาข่ายต้องมีการต้านแรงดึง (tensile strength) ระหว่าง 38-55 กก./มม. การทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 71-2532

5. ขนาดของรูปตาข่าย

ลวดเหล็กสังกะสี ต้องทำการถักให้เป็นรูปหกเหลี่ยมมีลักษณะดังนี้
5.1 ขนาดตาข่าย ลักษณะเป็นรูปหกเหลี่ยมขนาด 8 x 10 ซม. หรือ 10 x 12 ซม.ตามที่กำหนดในแบบ(ความคลาดเคลื่อน ....1 ซม.)
5.2 ลักษณะเกลียว บิดลวดเหล็กเคลือบสังกะสีให้เป็นเกลียว จำนวน 3 เกลียว ดังรูปโดยสังเขป
6. ความหนาวของ พี.วี.ซี. ที่หุ้ม

ลวดเหล็กเคลือบสังกะสีจากข้อ 3 ต้องนำมาหุ้มด้วย พี.วี.ซี. (poly vinyl chloride) ตามกรรมวิธีของผู้ผลิต เมื่อหุ้มด้วย พี.วี.ซี. แล้วความหนาของ พี.วี.ซี. ต้องมีความหนาเฉลี่ยระหว่าง 0.45-0.55 มม. และแต่ละค่าต้องไม่น้อยกว่า 0.40 มม.
7. คุณสมบัติการหุ้มของ พี.วี.ซี.

ที่ใช้ทำกล่องลวดตาข่ายเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี. ต้องไม่มีรอยปริแตกร้าว และต้องมีความทนทานต่อการถักกร่อนและทนทานต่ออุณหภูมิดังต่อไปนี้
7.1 การทดสอบรอยปริรอยแตกร้าวของ พี.วี.ซี. โดยการแช่ลวดเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี. ส่วนที่เป็นเกลียว (ปลายที่ถูกตัดไม่ต้องจุ่ม) ลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCL) 50% โดยน้ำหนัก เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ต่อเนื่องกันในอุณหภูมิปกติต้องไม่เกิดก๊าซไฮโดรเจนบนผิวของลวดเหล็กเคลือบสังกะสี หุ้มพี.วี.ซี. เมื่อนำไปทดสอบตามข้อ 8.1
7.2 ความทนทานต่อการกัดกร่อนที่ปลายลวด โดยการจุ่มลวดเหล็กเคลือบสังกะสี หุ้ม พี.วี.ซี. ลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCL) 50% โดยน้ำหนัก เป็นเวลา 100 ชั่วโมง ต่อเนื่องกันที่อุณหภูมิปกติ การกัดกร่อนที่กัดลึกเข้าไปจากปลายลวดเหล็กหลังจากตัดปลายลวดเหล็กออกตรวจสอบจะต้องไม่เกิน 30 มม.เมื่อนำไปทดสอบตามข้อ 8.2 (สำหรับผลการทดสอบให้ใช้ค่าเฉลี่ย)
7.3 ความทนทานต่ออุณหภูมิ โดยการวางลวดเหล็กเคลือบสังกะสี หุ้ม พี.วี.ซี. ไว้ในที่มีอุณหภูมิ 105 องศาเซนติเกรด เป็น 100 ชั่วโมง ต่อเนื่องกัน คุณสมบัติขิง พี.วี.ซี. จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อนำไปทดสอบตามข้อ 8.3
8. วิธีการทดสอบลวดเหล็กเคลือบสังกะสี หุ้ม พี.วี.ซี.

ที่ใช้ทำกล่องลวดตาข่ายเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี. ต้องไม่มีรอยปริแตกร้าว และต้องมีความทนทานต่อการถักกร่อนและทนทานต่ออุณหภูมิดังต่อไปนี้
8.1 การทดสอบรอยปริแตกร้าวของ พี.วี.ซี. มีวิธีดังนี้
8.1.1 นำลวดเหล็กเคลือบสังกะสี หุ้ม พี.วี.ซี. ตัวอย่างส่วนที่เป็นเกลียว จำนวน 3 ชิ้นทดสอบ หุ้มพี.วี.ซี. เมื่อนำไปทดสอบตามข้อ 8.1
8.1.2 แช่ชิ้นทดสอบในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCL) 50% โดยน้ำหนักเป็นเวลา 48 ชั่วโมง โดยให้ปลายลวดโผล่พ้นสารละลาย
8.1.3 สังเกตดูว่าเกิดก๊าซไฮโดรเจนบนผิวของลวดเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี. ที่ตัวอย่างหรือไม่
8.2 ความทนทานต่อการกัดกร่อนที่ปลายลวด มีวิธีดังนี้
8.2.1 นำลวดเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี.ตัวอย่าง จำนวน 3 ชิ้น ทดสอบแต่ละชิ้นยาวประมาณ 80 มิลลิเมตร
8.2.2 แช่ชิ้นทดสอบลงในสารละลายกรดไฮโดรริก(HCL) 50% โดยน้ำลึกประมาณ 30 มิลลิเมตร (สารละลายปริมาตร200 มิลิเมตร ในบิกเกอร์ 1,000 มิลลิเมตร) เป็นเวลา 100 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิห้อง
8.2.3 เมื่อครบเวลาที่กำหนด ให้นำชิ้นทดสอบล้างด้วยน้ำ เช็ดให้แห้ง
8.2.4 วัดความยาวจากปากลวดทั้งสองข้าง ที่สารละลายกรดไฮโดรริกซึมเข้าไปเป็นมิลลิเมตร แล้วนำมาเฉลี่ย (โดยวัดจากปลาย พี.วี.ซี. ถึงสังกะสีที่หุ้มลวด)
8.3 ความทนทานต่ออุณหภูมิ มีวิธีดังนี้
8.3.1 นำลวดเหล็กเคลือบสังกะสี พี.วี.ซี. ตัวอย่าง จำนวน 3 ชิ้นทดสอบ
8.3.2 นำชิ้นทดสอบใส่ในตู้อุณหภูมิ 105 องศาเซนติเกรด เป็นเวลา 100 ชั่วโมง
8.3.3 เมื่อครบเวลาที่กำหนดนำลวดเคลือบสังกะสีหุ้ม พี.วี.ซี. ตัวอย่าง มาทำให้เย็นที่อุณหภูมิห้องและตรวจดูว่าผิว พี.วี.ซี. ที่หุ้มมีคุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลง (ตามข้อ 1.2)
8.4 การทดสอบน้ำหนัก ฃของสังกะสีที่เคลือบลวด กรัมต่อตารางเมตร ให้ใช้วิธีทดสอบตาม มอก. 71-2532
8.5 การทดสอบการต้านแรงดึง (tensile strength) ของลวดเหล็กเคลือบสังกะสีให้ใช้วิธีการทดสอบตาม มอก.71-2532

วิธีการติดตั้งกล่องแกเบียนและเมทเทรส
การขนส่งวัสดุ

แกเบียนถูกผลิตขึ้นโดยมีส่วนประกอบที่จำเป็นตามมาตรฐาน ASTM A975-97 โดยจะถูกจัดส่งมาในรูปของกล่องแบบซ้อนทับรวมกันเป็นมัดเพื่อความสะดวกในการขนส่งละขนย้ายโดยขดลวดถักจะถูกจัดส่งมาพร้อมกันเพี่อใช้ในการขึ้นรูปกล่องแกเบียน

การประกอบ

วางกล่องแกเบียนลงบนพื้นราบละแข็ง จากนั้นจึงแก้มัดออกนำเศษวัสดุที่ใช้มัดออกให้หมด ยกแผ่นปิดข้างรวมทั้งแผ่นกระบังกั้นขั้นตั้งให้ตรงเพื่อประกอบเป็นกล่องฝาปิด
(ดังรูปที่ 1)

ยึดแผ่นตะแกรงด้านหน้าและด้านหลังเข้ากับแผ่นปิดข้างทั้งสองด้านและแผ่นกระบังกลางตรงบริเวณมุมด้านบนของแผ่นกระบังกลางจะมีลวดขอบส่วนที่ยื่นออกมากดังกล่าวมัดให้ติดกันเพื่อประคองรูปร่างกล่องในเบื้องต้น จากนั้นใช้ลวดถักที่ส่งมาเป็นม้วนถักยึดขอบให้ติดกันตลอดโดยถักยึดแผ่นฝาปิดด้วยดังแสดง (ดังรูปที่ 2 )หรืออาจใช้ห่วงยึดที่มีระยะห่างแต่ละห่วงกันไม่เกิน 15 มิลลิเมตร สำหรับวิธีการใช้ลวดถักนั้นให้ตัดขนาดลวดให้ยาวเพียงพอลวดถักเพื่อยึดแป่นตะแกรงเข้าด้วยกันโดยอาจถักหนึ่งหรือสองรอบ เมื่อถักเสร็จให้งอปลายลวดถักที่เหลือเข้าด้านในกล่องตะแกรงเพื่อป้องกันการทิ่มตำ จากนั้นดึงแผ่นกระบังลวดให้ตั้งตรงแล้วติดติดกับแผ่นข้างด้วยวิธีเดียวกัน

การจัดวางและใส่วัสดุลงภายใน

หลังจากปรับแต่งพื้นบานรากที่จะวางกล่องแกเบียนให้ได้รับดีแล้ว จึงวางกล่องแกเบียนลงในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยต้องยึดกล่องแกเบียนเข้าด้วยกัน และให้ได้แถวจากนั้นใส่หินใหญ่ลงภายใน กินที่ใส่ต้องแข็งอาจมีเหลี่ยมมุมหรือกลมและต้องสามารถทนต่อการถักกร่อนของน้ำหรือสภาวะอากาศตลอดช่วงอายุการใช้งาน ก้อนหินควรมีขนาดระหว่าง 100 มิลลิเมตร ถึง 200 มิลลิเมตร ในการใส่หินใหญ่นี้อาจต้องเรียงหินให้มีหินก้อนเล็กแทรกระหว่างช่องว่างของหินก้อนใหญ่ด้วย สำหรับกล่องที่ใช้เป็นผิวหน้าที่ตั้งตรงและสามารถมองเห็นได้อาจต้องเรียงหินด้วยความปราณีตเพื่อให้ได้ผิวหน้าที่เรียบสวยใส่หินลงในกล่องแกเบียนต้องกระทำโดยลำดับให้มีความหนาคราวละ 300 มิลลิเมตรต่อเนื่องกันในแต่ละช่องเซล จากนั้นจึงวนมาใส่อีกเรื่อยไปจนเต็มการกระทำดังนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้พนังข้างของกล่องแกเบียนเสียรูปร่าง เนื่องจากแรงดันของหินเพียงด้านเดียวดังแสดง (ในรูปที่ 3 ) ในกรณีลวดที่ใช้ทำกล่องแกเบียนเป็นลวดหุ้มด้วยพีวีซี พึงต้องใช้ความระมัดระวังในการใส่หินเนื่องจากความคมและแรงกระแทกของหินอาจทำให้ พีวีซี ฉีกขาดได้ นอกจากนี้ขณะใส่หินยังต้องผูกลวดยึดรั้งแผ่นด้านข้างรวมทั้งแผ่นกำระบังกั้นเข้าด้วยกัน (ในรูปที่ 4) ที่ความสูงประมาณ1/3 และ2/3 ของ ความสูง 1 เมตร โดยยึดในตำแหน่งที่ตรงกันข้ามเพื่อรักษารูปร่างของกล่องไม่ให้ปูดออกขณะใส่หิน ภายหลังจากปิดฝากล่องแกเบียนชั้นแรกเรียบแล้วเมื่อวางกล่องแกเบียนชั้นถัดไปให้ยึดบานของกล่องชั้นบน กับส่วนฝาของชั้นล่างเข้าด้วยกันโดยใช้ลวดถัก

การปิดฝา

ในการใส่หินต้องใส่เผื่อให้สูงกว่าขอบของกล่องแกเบียนขึ้นมาประมาณ 25-40 มิลิเมตร จากนั้นปรับให้ได้ระดับ ทั้งนี้เมื่อกล่องรับน้ำหนักจากชั้นถัดไปก็จะเกิดการยุบตัวของหินพอดี ก่อนปิดฝาต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าขอบบนของแผ่นกระบังกั้นยังโผล่ให้เห็น จากนั้นปิดฝาลงแล้ว แผ่นฝาจะต้องถูกยึดตลอดแนวขอบเข้าด้วยกันกับแผ่นปิดหัวท้ายและแผ่นกระบังกั้นด้วยกรรมวิธีเดียวกับการประกอบ ปลายลวดถักส่วนที่เหลือจะต้องหักงอเข้าด้านในกล่อง